ประกันชีวิตควบการลงทุนสำหรับคนรักพี่เสียดายน้อง

    ก็ยังคงเป็นปัญหาโลกแตกอยู่ในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่รุ่นอนาล็อคมาจนถึงดิจิทัล การตัดสินใจเลือกระหว่างการทำประกันชีวิตกับการลงทุน ก็ดูจะเป็นเรื่องสับสนสำหรับหน้าใหม่อยู่เสมอ ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะต้องทำอะไรก่อนหลัง ประกันก็อยากทำ ลงทุนก็สนใจ จึงมีมิติใหม่แห่งการทำประกันชีวิตออกมา เพื่อเอาใจคนที่อยากจะทำคู่กันไป แต่ใช้งบประมาณน้อยกว่ามาก


รู้จักประกันชีวิตควบการลงทุน
    ว่าไปแล้วมันก็คล้ายคลึงกับประกันชีวิตชนิดอื่น ที่มีส่วนเสริมเพิ่มเข้ามาเป็นสีสันให้กับผู้ทำประกันได้เลือก เช่น ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ประกันชีวิตแบบบำนาญ เป็นต้น โดยเนื้อหาหลักจะแยกออกเป็น 2 ส่วน คือความคุ้มครองในชีวิตและทรัพย์สินตามหลักประกันทั่วไป และอีกส่วนก็จะเปลี่ยนไปฟังก์ชันเสริม อย่างประกันชีวิตควบการลงทุนที่ว่านี้ ก็จะมีการนำเงินจากเบี้ยประกันส่วนหนึ่งไปลงทุนกับกองทุนรวม เพื่อสร้างผลกำไรตามความต้องการของผู้เอาประกัน ซึ่งตรงนี้ผู้เอาประกันจะต้องกำหนดระดับความเสี่ยงที่รับได้ด้วยตัวเอง


ข้อดีของการทำประกันชีวิตควบการลงทุน

  • ใช้เงินก้อนเดียวได้ประโยชน์มากถึงสองทาง จากเดิมที่เราจะต้องมีเงินสำหรับทำประกันชีวิตแล้ว ก็ยังต้องหาเงินอีกก้อนสำหรับการลงทุนอีก ก็เปลี่ยนเป็นนำเงินมาใช้เพียงก้อนเดียว แต่ตอบโจทย์ได้ครบทุกความต้องการ
  • ลดความเสี่ยงในการลงทุน ถึงเราจะเป็นฝ่ายตัดสินใจว่าจะเลือกกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับไหน แต่โดยรวมจะมีผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทประกันชีวิตคอยบริหารเงินก้อนที่ลงทุนให้กับเรา ยังไงเสียก็ดีกว่าการไปคลำทางลงทุนแบบลองผิดลองถูกเอาเอง
  • ลดความยุ่งยาก หากใครกำลังลงทุนด้วยตัวเองอยู่จะรู้ดีว่า นอกจากต้องวุ่นวายเรื่องเอกสารในการเปิดพอร์ตลงทุนแล้ว ก็ยังต้องมีเวลามากพอให้ศึกษาข้อมูล เพื่อให้ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไหนจะเรื่องการทำประกันชีวิตอีก ไม่ใช่ว่าจะเลือกอะไรก็ได้ให้เสร็จสิ้นไป เมื่อนำทั้งคู่มารวมกันแบบนี้จึงทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นเยอะ

 เมื่อรู้ถึงข้อดีของการทำประกันชีวิตแบบนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนคงตัดสินใจที่จะทำประกันชีวิตกันอย่างแน่นอน แต่ติดปัญหาว่าไม่รู้จะซื้อประกันชีวิตแบบไหน หรือซื้อจากไหนยังไงดี เราขอแนะนำประกันชีวิตที่คุ้มค่าที่สุด และซื้อง่ายสะดวกสบายเนื่องจากสามารถซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ นั่นก็คือ ประกันชีวิต จากบริษัท แมนูไลฟ์ ประกันชีวิต ที่มาพร้อมความคุ้มค่า ให้ความคุ้มครองสุขภาพแบบเหมาจ่าย สูงสุดถึง 10 ล้านบาทต่อปี